จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา

นครศรีธรรมราช เป็นชื่อที่เฉาจูกัว  และวังตาหยวน นักจดหมายเหตุจีนได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อ  เตา-อี-ชี-เลี้ยว เมื่อ  พ.ศ. 1769  ความจริงชื่อตามพรลิงค์นี้นักจดหมายเหตุจีนรุ่นก่อน ๆ ก็ได้เคยบันทึกไว้แล้วดังเช่นที่ปรากฏอยู่ในหนังสือสุงชี    ซึ่งบันทึกไว้ว่าเมืองตามพรลิงค์ได้ส่งฑูตไปติดต่อทำไมตรีกับจีน เมื่อ พ.ศ. 1544 โดยจีนเรียกว่า ต้น-เหมย-หลิว
อดีตอันรุ่งเรืองของนครศรีธรรมราชได้รับการเผยแพร่ครั้งแล้วครั้งเล่าในรูปแบบและภาษาต่างๆ ข้อมูลที่นำมาใช้ในการศึกษาตีความทั้งจากศิลาจารึกรุ่นเก่าที่ค้นพบเป็นจำนวนมากในนครศรีธรรมราช ประติมากรรม และโบราณวัตถุสถานอื่นๆ ตลอดจนเอกสารโบราณที่ค้นพบในเมืองนี้เป็นจำนวนมากได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ เช่น ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช เป็นต้น
จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการสำรวจภาคสนามทางโบราณคดีของกรมศิลปากรใน พ.ศ. 2452 ได้พบเครื่องมือหินเก่าแก่ จัดเป็นเครื่องยุคหินไพลสโตซีนตอนปลายที่ถ้ำตาหมื่นยม ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง เครื่องมือหินดังกล่าวนี้มีลักษณะกะเทาะหน้าเดียว รูปไข่ คมรอบ ปลายแหลม ด้านบนคล้ายรอยโดยตัด คล้ายกับลักษณะของขวานกำปั้นที่พบ ณ ไทรโยก จังหวัดกาญจนบุรี และจัดว่าเป็นเครื่องมือหินยุคหินกลาง   หรือมีลักษณะเหมือนเครื่องมือหินวัฒนธรรมโฮบิบเนียน  ดังนั้น จึงอาจจะกล่าวได้ว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ตั้งแต่ยุคหินกลางเป็นอย่างน้อย  เป็นต้นมา
ในยุคหินใหม่ ได้พบเครื่องมือเครื่องใช้ และภาชนะดินเผาในยุคนี้กระจัดกระจายโดยทั่วไป ทั้งที่บริเวณถ้ำและที่ราบของจังหวัดนครศรีธรรมราช เช่น พบเครื่องหินที่มีป่า ตัวขวานยาวใหญ่ (บางท่านเรียกว่า “ระนาดหิน”) ที่อำเภอท่าศาลา นอกจากนี้ได้พบขวานหินแบบ จงอยปากนก, มีดหิน, สิ่วหิน, และหม้อสามขา เป็นต้น ในหลายบริเวณของจังหวัดนี้ แสดงว่าในยุคนี้ได้เกิดมีชุมชนขึ้นแล้ว และชุมชนกระจัดกระจายโดยทั่วไป อันอาจจะตีความได้ว่าชุมชนในยุคนี้เองที่ได้พัฒนามาเป็นเมืองและมีอารยธรรมที่สูงส่งในระยะต่อมา
ในยุคโลหะ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญของยุคนนี้ คือ กลองมโหระทึกสำริดในนครศรีธรรมราชถึง 2 ใบ คือ ที่บ้านเกตุกาย ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง ใบหนึ่ง และที่คลองคุดด้วน อำเภอฉวาง อีกใบหนึ่ง กลองมโหรทึกดังกล่าวนี้จัดอยู่ในวัฒนธรรมดองซอน ย่อมเป็นการยืนยันได้ว่ายุคนี้ชุมชนในนครศรีธรรมราชได้มีการติดต่อหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชุมชนอื่นแล้ว การติดต่อดังกล่าวอาจจะโดยการเดินเรือ แสดงให้เห็นว่าสังคมหรือชุมชนในนครศรีธรรมราช เริ่มย่างเข้าสู่สังคมเมืองในยุคประวัติศาสตร์แล้ว ซึ่งระยะที่กล่าวนี้อาจจะเป็นระยะต้นคริสตศักราชหรือพุทธศตวรรษที่ 5

ประวัติศาสตร์
       การเรียนรู้และการเขียนประวัติศาสตร์ในสมัยปัจจุบันจะต้องพูดถึงการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่พูดถึงอาชีพและรายได้ ส่วนสังคมต้องพูดถึงศาสนา การศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นตัวหลัก แต่ประวัติศาสตร์ในอดีตจะมีแต่การเมืองการปกครองของกษัตริย์ผู้ปกครอง ส่วนอื่นจะเป็นการส่งเสริมให้กษัตริย์ดูเด่นล้ำขึ้นเท่านั้น ประวัติศาสตร์สมัยก่อนจึงเรียกกันทั่งไปว่า “พงศาวดาร” คือเรื่องของกษัตริย์ที่”อวตาร”มาจากเทพเจ้าเป็นหลักดังนั้นบทความนี้ จึงขอนำเสนอประวัติศาสตร์แบบพงศาวดารเพื่อเน้น “นครศรีธรรมราช เมืองประวัติศาสตร์” เท่านั้น

Comments are closed.